คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเคยสังเกตว่า เด็กๆ สามารถร้องเพลงที่ชอบได้ทั้งเพลง ทั้งที่ยังอ่านหนังสือไม่ออก หรือจำคำศัพท์จากเพลงการ์ตูนได้โดยไม่ต้องท่องเลย นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เพราะ "ดนตรี" เป็นหนึ่งในเครื่องมือการเรียนรู้ที่ทรงพลังที่สุดสำหรับเด็ก
การเรียนภาษาอังกฤษเองก็เช่นกัน นอกจากการเรียนในห้องเรียน การอ่านหนังสือ หรือการพูดคุยกับเจ้าของภาษาแล้ว "การฟังเพลงภาษาอังกฤษ" ถือเป็นอีกวิธีที่ได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยด้านการศึกษาและประสาทวิทยา ว่าช่วยพัฒนาทักษะทางภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่สมองกำลังอยู่ในช่วงเรียนรู้ภาษาได้ดีที่สุด
ช่วยให้เด็กจดจำคำศัพท์และโครงสร้างภาษาได้ง่ายขึ้น
เพลงประกอบด้วยจังหวะ (Rhythm) และทำนอง (Melody) ซึ่งช่วยให้สมองจดจำข้อมูลได้ดีกว่าการท่องจำแบบปกติ นักวิจัยด้านพัฒนาการเด็กพบว่า เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี มีความสามารถในการรับรู้เสียงและเลียนแบบภาษาได้ดีเป็นพิเศษ เพราะสมองยังมีความยืดหยุ่นสูง (Brain Plasticity) เมื่อเด็กฟังเพลงภาษาอังกฤษซ้ำๆ พวกเขาจะค่อยๆ ซึมซับ
- คำศัพท์ใหม่ (Vocabulary)
- รูปแบบประโยค (Sentence Patterns)
- ไวยากรณ์ที่ใช้จริงในชีวิตประจำวัน
- สำนวนที่เจ้าของภาษาใช้บ่อย
เมื่อเด็กได้ฟังเพลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เล็ก การเรียนในห้องเรียนหรือการสนทนาในอนาคตก็จะง่ายขึ้นมาก เพราะคุ้นเคยกับเสียงของภาษาอังกฤษ และมีคลังคำศัพท์มากกว่าเด็กคนอื่น
ช่วยพัฒนาการออกเสียง (Pronunciation) และสำเนียง
หนึ่งในปัญหาที่ผู้เรียนชาวไทยพบมากที่สุดคือ "ออกเสียงไม่เหมือนเจ้าของภาษา" สาเหตุสำคัญคือเราไม่ได้ยินเสียงภาษาอังกฤษบ่อยพอ เพลงช่วยให้เด็กได้ฟังการเน้นเสียง (Stress), จังหวะของภาษา (Rhythm), การเชื่อมเสียง (Connected Speech) และน้ำเสียงอารมณ์ในการพูด (Intonation) เมื่อร้องตามบ่อยๆ สมองจะค่อยๆ จดจำรูปแบบการออกเสียงเหล่านี้โดยอัตโนมัติ ทำให้เด็กกล้าพูดมากขึ้นและมีสำเนียงที่เป็นธรรมชาติ
ช่วยฝึกทักษะการฟัง (Listening Skills)
การฟังเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนภาษา เด็กที่ฟังภาษาอังกฤษเป็นประจำจะเริ่มจับคำที่คุ้นเคยได้มากขึ้น แม้ยังแปลไม่ได้ทั้งหมด แต่จะเริ่มเชื่อมโยงคำกับความหมายจากบริบท เมื่อฝึกฟังอย่างต่อเนื่อง เด็กจะสามารถจับใจความจากบริบท แยกเสียงคำที่คล้ายกัน เข้าใจบทสนทนาได้เร็วขึ้น และมีความพร้อมสำหรับการสื่อสารจริง
ช่วยให้การเรียนสนุก ลดความเครียด และเพิ่มแรงจูงใจ
เด็กทุกคนเรียนรู้ได้ดีที่สุดเมื่อรู้สึกสนุก ดนตรีช่วยสร้างความเพลิดเพลิน ลดความตึงเครียด และทำให้สมองเปิดรับการเรียนรู้ได้ดีขึ้น อีกทั้งยังถูกนำมาใช้ในศาสตร์ดนตรีบำบัด (Music Therapy) เพื่อลดความวิตกกังวลและส่งเสริมสมาธิ เมื่อเด็กเชื่อมโยง "ภาษาอังกฤษ" เข้ากับ "ความสนุก" แทนที่จะเป็น "การบ้าน" หรือ "การสอบ" พวกเขาจะอยากเรียนรู้ต่อด้วยตัวเองมากขึ้น
การร้องเพลงช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการใช้ภาษา
เด็กหลายคนไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษเพราะกลัวออกเสียงผิด แต่เมื่อเป็นการร้องเพลง เด็กจะรู้สึกกดดันน้อยลง เพราะร้องตามนักร้องได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะผิดหรือถูก การร้องเพลงบ่อยๆ จึงช่วยให้เด็กกล้าเปล่งเสียง ฝึกการออกเสียงอย่างต่อเนื่อง มีความมั่นใจในการพูดมากขึ้น และพร้อมต่อยอดไปสู่การสนทนาในชีวิตจริง
เก่งภาษาอังกฤษขึ้นด้วย Sing Along ของ Winner English
Winner English ออกแบบการเรียนภาษาอังกฤษให้เด็กๆ รู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกม มากกว่าการนั่งเรียนแบบเดิม ภายในระบบมีบทเรียนแบบ Interactive พร้อมมินิเกมหลากหลาย หนึ่งในฟีเจอร์ที่เด็กๆ ชื่นชอบคือ Sing Along ที่รวบรวมเพลงภาษาอังกฤษและเพลงคำศัพท์ไว้มากมาย เด็กสามารถฟัง ร้องตาม และเรียนรู้คำศัพท์ การออกเสียง รวมถึงจังหวะของภาษาไปพร้อมกัน
Winner English ใช้งานผ่านเว็บไซต์ จึงเรียนได้จากคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ตโฟน โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปเพิ่มเติม สำหรับผู้ปกครองที่มองหาวิธีเรียนที่ทั้งสนุกและคุ้มค่า มีแพ็กเกจสำหรับครอบครัว ใช้งานได้นานถึง 6 เดือน ราคาเพียง 990 บาท พร้อมนโยบายรับประกันคืนเงินภายใน 21 วัน ให้คุณพ่อคุณแม่ทดลองใช้งานได้อย่างมั่นใจ



